Thai TH English ENG
หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ถาม-ตอบ FAQs การช่วยเหลือ
 
ข่าวประชาสัมพันธ์
 

Thailand Web Stat 

FONTSIZE
Print this page  |  Send this page  |  export to PDF
ข่าวประชาสัมพันธ์ >> ข่าวจาก สศก.
เกษตรกรปลูกอ้อยภาคตะวันออกได้เฮ ราคาอ้อยขั้นต้นปี 55 แตะตันละพันกว่า


 

ข่าวที่ 146/2554 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554

เกษตรกรปลูกอ้อยภาคตะวันออกได้เฮ ราคาอ้อยขั้นต้นปี 55 แตะตันละพันกว่า

 

            สศข.6 เผย โรงงานภาคตะวันออกจะเริ่มทยอยรับอ้อยได้ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. เป็นต้นไป แย้ม ผลผลิตปีนี้เพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง คาดว่าราคาอ้อยขั้นต้นปี 55 แตะตันละพันกว่าแน่นอน วอนเกษตรกรภาคตะวันออกที่มีสัญญาส่งอ้อยกับโรงงานน้ำตาลในปีนี้ ให้รีบแจ้งจดทะเบียนกับโรงงานน้ำตาลหรือเขตประสานงานอ้อยและน้ำตาลทราย 8 ชลบุรี ภายใน 30 พฤศจิกายน  2554

นายธวัชชัย   ประยูรสิน  รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 6 (สศข.6)  สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาคตะวันออกเป็นแหล่งปลูกอ้อยโรงงานแหล่งหนึ่งของประเทศไทย โดยกระจายปลูกในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว  ฉะเชิงเทรา  ชลบุรี  ปราจีนบุรี  ระยอง  และจันทบุรี   ซึ่ง สศก. ได้ประมาณการพื้นที่เก็บเกี่ยวและผลผลิต ในปี 2554/55  ของภาคตะวันออก พบว่าจะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งสิ้น  525,660 ไร่  รวมประมาณ 5,723,150 ตัน พื้นที่เก็บเกี่ยวได้และผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจำนวน 40,799  ไร่ และ 691,005  ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 และ 14 ตามลำดับ สาเหตุที่ทั้งพื้นที่และผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงงานอ้อยเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อขยายการผลิตเอทานอล  และในปีนี้ปริมาณน้ำฝนมีเพียงพอทำให้ผลผลิตต่อไร่ที่ได้สูงกว่าปีที่ผ่านมา  ถึงแม้เกษตรกรบางส่วนในจังหวัดสระแก้ว และฉะเชิงเทรา จะประสบปัญหาน้ำท่วมไร่อ้อยเสียหายประมาณ  3,667  ไร่  แต่ก็คิดเป็นพื้นที่เสียหายเพียงร้อยละ 0.70  โดยแหล่งผลิตใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสระแก้วเพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการผลิตสามารถขยายพื้นที่ปลูกได้ และยังมีแรงงานจากประเทศกัมพูชาเข้ามารับจ้างตัดอ้อย  ซึ่งในฤดูหีบปีนี้ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้กำหนดให้โรงงานเริ่มเปิดหีบได้ตั้งแต่วันที่ 15  พฤศจิกายน 2554  เนื่องจากคาดว่าปริมาณผลผลิตอ้อยในฤดูนี้ทั้งประเทศจะมีมากร่วม 100 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าปีที่แล้ว ที่อ้อยเข้าหีบได้จำนวน  95.36  ล้านตัน  โดยผลิตน้ำตาลทรายได้จำนวน  9.7 ล้านตัน  ใช้บริโภคภายในประเทศ  2.5 ล้านตัน  และส่งออกต่างประเทศ  7.2  ล้านตัน 

สำหรับภาคตะวันออกมีโรงงานน้ำตาลรองรับผลผลิตอยู่ในพื้นที่ถึง 4 โรงงาน กำลังการผลิตรวม 35,816 ตันอ้อย/วัน  ได้แก่ 1) โรงงานน้ำตาลนิวกว้างซุ่นหลี  จ.ชลบุรี  มีกำลังการผลิต  6,478 ตันอ้อย/วัน  2) โรงงานสหการน้ำตาลชลบุรี กำลังการผลิต  5,800 ตันอ้อย/วัน  3) บริษัทน้ำตาลระยอง  จ.ชลบุรี  กำลังการผลิต  5,560  ตันอ้อย/ตัน และ 4) บริษัทน้ำตาลและอ้อยตะวันออก จ.สระแก้ว กำลังการผลิต 17,978 ตันอ้อย/วัน  โดยโรงงานจะเริ่มทยอยรับอ้อยได้ตั้งแต่วันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน เป็นต้นไป ได้แก่ โรงงานน้ำตาลนิวกว้างซุ่นหลี และ บริษัทน้ำตาลและอ้อยตะวันออก ส่วนที่เหลือจะทยอยเดินเครื่องต่อ ซึ่งกำลังการผลิตจริงของแต่ละโรงงานจะสามารถรับผลผลิตตันอ้อย/วัน ได้มากกว่าที่แจ้ง  แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ประสบปัญหาเครื่องจักรขัดข้อง ซึ่งจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และกำลังการผลิต คาดว่าโรงงานน้ำตาลจะต้องเดินเครื่องหีบอ้อยแต่ละโรงงานไม่น้อยกว่า 110 - 150 วัน  มากกว่าปีที่ผ่านมาที่เดินเครื่องแต่ละโรงงาน 100 – 130  วัน

จากการสำรวจของสมาคมเพื่อเกษตรกรภาคตะวันออกในปี 54/55 เกษตรกรภาคตะวันออกมีต้นทุนการผลิตอ้อยเฉลี่ยตันละ 874 บาท ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าปี 53/54  ที่มีต้นทุนเฉลี่ยตันละ 950 บาท  เนื่องจากปีนี้ผลผลิตต่อไร่ของเกษตรกรเพิ่มมากขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตต่อไร่ลดลง  และสมาคมฯ คาดว่าราคาที่เกษตรกรจะได้รับควรจะอยู่ที่ราคาต้นทุนบวกเพิ่มกำไรอีกร้อยละ 30  ดังนั้น สมาคมฯ คาดว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายในปี 54/55  ที่เกษตรกรภาคตะวันออกจะได้คือตันละ 1,136.20  บาท ซึ่งเป็นราคาที่มีโอกาสเป็นไปได้เกินจากที่สมาคมฯ คาดหวังไว้  เนื่องจาก กอน. ได้ประกาศราคาอ้อยขั้นต้นในฤดูผลิตปี 54/55  อยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท/ตัน  ณ ความหวานที่ 10 ซี.ซี.เอส  อัตราขึ้น/ลง 60 บาท/ซี.ซี.เอส ซึ่งหากกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกู้เพิ่มชดเชยจากราคาอ้อยขั้นต้นให้อีกตันละ 200 บาท ก็เท่ากับเกษตรกรจะได้รับราคาอ้อยขั้นสุดท้ายถึงตันละ 1,200 บาท นั่นเอง

ทั้งนี้ สถานการณ์การผลิตปี 54/55  แหล่งผลิตใหญ่ทั่วโลกผลิตได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวยทั้งยุโรป  รัสเซีย  และจีน  ซึ่งรัสเซียจะลดการนำเข้า ส่วนจีนคาดว่าจะนำเข้าเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาราคาน้ำตาลแพง และนำน้ำตาลในสต๊อกออกขายมาก  และอ้อยของออสเตรเลียถูกน้ำท่วม  สำหรับบราซิลซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของโลก ส่วนใหญ่จะเป็นอ้อยตอซึ่งจะไว้ตอนาน 4 - 6 ปี ได้ประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นกันทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง  จึงคาดผลผลิตน้ำตาลโลกจะผลิตได้  176.34 ล้านตัน  และถึงแม้ขณะนี้ราคาอ้อยในตลาดโลกจะปรับลดลง แต่คงจะไม่กระทบกับราคาอ้อยในปีนี้เพราะได้ขายล่วงหน้าเกือบหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม  ยังเป็นที่จับตาของตลาดโลกเพราะผลผลิตของไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งไทยนับเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ 2 ของโลก  ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยภาคตะวันออกทุกครัวเรือนที่มีสัญญาส่งอ้อยกับโรงงานน้ำตาลในปีนี้ จะต้องรีบแจ้งจดทะเบียนชาวไร่อ้อยกับโรงงานน้ำตาลหรือเขตประสานงานอ้อยและน้ำตาลทราย 8 ชลบุรี อย่างช้าภายใน 30 พฤศจิกายน  2554 นี้ เพื่อผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับของเกษตรกรเอง  และเกษตรกรควรจะเน้นตัดอ้อยสด สะอาด ไม่เผาไฟก่อนตัด เพราะโรงงานจะเน้นนโยบาย Green & Clean ซึ่งเกษตรกรจะไม่ถูกตัดราคาอ้อยสกปรกและไฟไหม้ นายธวัชชัย กล่าวในที่สุด

**************************************

ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ / ข้อมูล : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 6 ชลบุรี

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. 10900 โทร. 0-2940-5550 - 1, 0-2940-5553 - 4, 0-2940-5556 - 9