Thai TH English ENG
 
หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ถาม-ตอบ FAQs การช่วยเหลือ
 
ข้อมูลเศรษฐกิจ
การเกษตร
 
FONTSIZE
ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร >> สถานการณ์การผลิตและการตลาดรายสัปดาห์ >> สถานการณ์การผลิตและการตลาดรายสัปดาห์ 10-16 เม.ย.60
ข้าว


 
10 – 16 เมษายน 2560
ข้าว
1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในประเทศ
     1.1 การตลาด 
           มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 
               1) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการผลิต
                    มติที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบมาตรการฯ จำนวน 3 โครงการ ดังนี้ 
                         (1) โครงการส่งเสริมสนับสนุนการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี ปี 2559/60 (กข.) 
                         (2) โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชที่หลากหลาย ฤดูนาปรัง ปี 2560 (กสก.) 
                         (3) โครงการสนับสนุนสินเชื่อให้กลุ่มชาวนาผู้ผลิตข้าวแบบแปลงใหญ่ ปี 2559/60 (ธ.ก.ส.) 
                    มติที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 เห็นชอบมาตรการฯ จำนวน 5 โครงการ ดังนี้ 
                         (1) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ (ปศ.) 
                         (2) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ (ปศ.) 
                         (3) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะ (ปศ.) 
                         (4) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการทำนาหญ้า (ปศ.) 
                         (5) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไม่เหมาะสมเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น (กสก.) 
               2) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการตลาด 
                    มติที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 เห็นชอบมาตรการฯจำนวน 4 โครงการ ดังนี้
                         (1) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร (ธ.ก.ส.) 
                         (2) โครงการสินเชื่อเกษตรกรเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือก (ธ.ก.ส.) 
                         (3) โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ธ.ก.ส.) 
                         (4) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก (พณ.) 
               3) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการเงิน 
                    มติที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 เห็นชอบมาตรการฯ จำนวน 4 โครงการ ดังนี้ 
                         (1) โครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 (ธ.ก.ส.) 
                         (2) โครงการพักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2559/60 (ธ.ก.ส.) 
                         (3) โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรรายย่อย (ธ.ก.ส.) 
                         (4) โครงการประกันข้าวนาปี ปีการผลิต 2559 (ธ.ก.ส.)

           มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2560/61 
         มติที่ประชุม นบข. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2560 เห็นชอบมาตรการฯ จำนวน 7 โครงการ ดังนี้

 

               1) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2560/61 ด้านการผลิต
                         (1) โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี (กข.) 
                         (2) โครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบนาแปลงใหญ่ (กข.) 
                         (3) โครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ : ข้าวอินทรีย์ (กข.)
               2) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2560/61 ด้านการตลาด 
                         (1) อบรม GMP/HACCP โรงสีติดดาว/4.0 นวัตกรรมข้าวและความรู้ด้านการตลาดและ
เทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการโรงสี (คน.) 
                         (2) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก (คน.) 
                         (3) โครงการสินเชื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม (ธ.ก.ส.) 
                         (4) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก (ธ.ก.ส.)
     ภาวการณ์ซื้อขายข้าวสัปดาห์นี้ ราคาข้าวเปลือกเจ้าที่เกษตรกรขายได้ลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากจะเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ จึงมีการซื้อขายข้าวเปลือกไม่มากนัก
     1.2 ราคา 
          1) ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศ
               ข้าวเปลือกเจ้านาปีหอมมะลิ สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 9,080 บาท ราคาลดลงจากตันละ 9,118 บาท
ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.42
               ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 7,480 บาท ราคาลดลงจากตันละ 7,487 บาท
ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.10
          2) ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
               ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 1 (ใหม่) สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 21,050 บาท ราคาลดลงจากตันละ 21,200 บาท ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.71
               ข้าวขาว 5% (ใหม่) สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 11,400 บาท ราคาสูงขึ้นจากตันละ 11,350 บาท ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.44
          3) ราคาส่งออกเอฟโอบี 
               100% (ใหม่) สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 647 ดอลลาร์สหรัฐฯ (22,228 บาท/ตัน) ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน แต่สูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 120 บาท 
               ข้าวขาว 5% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 374 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,849 บาท/ตัน) ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน แต่สูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 70 บาท
               ข้าวขาว 25% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 364 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,506 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 368 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,574 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.09 แต่ลดลงในรูปเงินบาทตันละ 68 บาท
               ข้าวนึ่ง 5% สัปดาห์นี้ เฉลี่ยตันละ 377 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,952 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 371 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12,677 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.62 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทตันละ 275 บาท
          หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 34.3558 บาท

2. สถานการณ์ข้าวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สำคัญ 
          ตลาดข้าวโลกเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาอีกครั้ง หลังจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ประมาณการ สถานการณ์ข้าวในตลาดโลกล่าสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชี้ว่าปี 2559/2560 ผลผลิตข้าวสารในตลาดโลกจะมี 480.35 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1.73 การบริโภค 478.84 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.68 จากปีก่อน ขณะที่ภาคการค้าคาดว่าจะมี 41.23 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.03 จากปีก่อน และส่งผลให้สต็อกผลผลิต
          ในตลาดโลกมีมากถึง 117.65 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1.29 สะท้อนถึงผลผลิตล้นตลาด
โดยในปีนี้ แรงกดดันจากสต็อกข้าวรัฐบาลเริ่มคลี่คลายลงหลังมีการเร่งระบายสต็อก ซึ่งคาดว่าจะล้างสต็อกได้หมดในเดือนเมษายนนี้ แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
          นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ภายในเดือนเมษายนนี้ กรมฯ จะประกาศระบายในสต็อกรัฐบาลได้หมด โดยหลังการเปิดประมูลข้าวเข้าอุตสาหกรรมล็อตล่าสุด ทำให้เหลือข้าวในสต็อกรัฐบาลเพียง
1 ล้านตัน ดังนั้นการเร่งระบายข้าวในสต็อกตามแผนงานครั้งนี้ก็จะเป็นผลดีต่อตลาดและการระบายข้าวนาปรังในเดือน เมษายนนี้พอดี ประกอบกับขณะนี้มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาเรื่อยๆ รวมทั้งราคาข้าวไทยก็สามารถแข่งกับอินเดียและเวียดนามได้ ส่วนนาปีจะมีการหารือมาตรการรองรับอีกครั้ง โดยรวมการระบายผลผลิตในปีนี้จึงไม่น่าห่วง เพราะ
ส่วนหนึ่งไทยจะไม่มีข้าวในสต็อกรัฐบาลคอยกดดันอีกต่อไป
          "แม้ว่าปัจจัยบวกข้าวในสต็อกรัฐบาล ปีนี้จะระบายได้หมดเป็นผลในการลดแรงกดดันผู้ส่งออกข้าวและภาคอุตสาหกรรมได้มาก ประกอบกับล่าสุดยังมีข่าวดีของคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งซื้อจากบริษัทคอฟโก ผู้นำเข้าข้าวของรัฐบาลจีนที่ได้ติดต่อขอซื้อข้าวในแสนตันที่ 4 จากสัญญาซื้อขาย
1 ล้านตัน ที่ทำไว้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ในราคาเท่ากับแสนตันที่ 2 และแสนตันที่ 3 และจะมีการส่งมอบข้าวไปจนถึงเดือนมิถุนายนนี้
          นอกจากนี้ มีสัญญาณซื้อจากตลาดศรีลังกาที่ติดต่อมาทางนายกรัฐมนตรีเพื่อต้องการจะซื้อข้าวจากไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดของข้าวที่ศรีลังกาต้องการจะซื้อ อีกทั้งอิหร่านได้มีการตกลงซื้อขายข้าวไทยผ่านเอกชนปริมาณ 1 แสนตัน รวมทั้งยังมีโอกาสจากตลาดใหญ่อย่างฟิลิปปินส์ ที่มีแผนจะนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิม 4.5 แสนตันในปี 2559 เพิ่มเป็น 1-1.3 ล้านตันในปี 2560 เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
          นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากกรมฯ ได้ร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเดินทางเยือนสาธารณรัฐฟิลิปปินส์เพื่อหารือกับองค์การอาหารแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (เอ็นเอฟเอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่นำเข้าข้าว และผู้นำเข้าข้าวภาคเอกชน ทางประธานเอ็นเอฟเอ ระบุว่า มีแผนจะนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 1-1.3 ล้านตัน เพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
          ในช่วงที่ผ่านมา เอ็นเอฟเอจะเปิดประมูลนำเข้าข้าวเป็นชนิดข้าวขาว 25% แต่ในปีนี้มีการพิจารณาเปิดประมูลเพื่อนำเข้าข้าวคุณภาพดีขึ้น เช่น ข้าวขาว 5% 10% และ 15% ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งการที่เอ็นเอฟเอนำเข้าข้าวคุณภาพดีเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวของไทย ทั้งในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) หรือเอกชนต่อเอกชน เพราะจะทำให้มีตลาดขนาดใหญ่มารองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ และเป็นสัญญาณเชิงบวกกระตุ้นราคาข้าวไทย
ทั้งระบบและส่งผลถึงราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรจะได้รับด้วย
          ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สำหรับการเปิดประมูลข้าว
ในรูปแบบรัฐต่อรัฐของฟิลิปปินส์ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ในฐานะภาคเอกชนมองว่าแม้ไทยจะมีโอกาสในด้านของคุณภาพข้าว
ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเวียดนาม แต่ต้องกังวลในประเด็นของการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากในช่วงที่จะมีการเปิดประมูลถือเป็นช่วงที่ข้าวฤดูกาลใหม่ของเวียดนามออกสู่ตลาดแล้ว ประกอบกับปัจจุบันเวียดนามยังมีข้าวเก่า
คางสต็อก ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการแข่งขันด้านราคาและทำให้ไทยต้องประเมินข้อเสนอราคาอย่างหนัก
          อย่างไรตาม ปัจจุบันราคาข้าวของไทยต่างกับเวียดนามอยู่ประมาณตันละ 30 ดอลลาร์สหรัฐ เช่น ราคาข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ตันละ 374 ดอลลาร์ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ตันละ 348 ดอลลาร์ โดยผลผลิตฤดูกาลใหม่ของเวียดนามออกมายังพบว่ามีปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อาจทำให้เวียดนามเลือกใช้วิธีแข่งขันด้านราคาในการประมูลข้าวฟิลิปปินส์ที่จะเกิดขึ้นนี้ 
          ดังนั้น การประมูลข้าวฟิลิปปินส์จึงต้องจับตามองว่าราคาที่เวียดนามจะเสนอมานั้นต่ำแค่ไหน โดยหากต่ำกว่าปัจจุบันมาก ไทยก็อาจแข่งขันยาก เพราะต้นทุนการผลิตไทยสูงกว่า หากทำราคาต่ำกว่านี้ก็ลำบาก
          ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. 10900 โทร. 0-2940-5550 - 1, 0-2940-5553 - 4
Email : cai-techno@oae.go.th