Thai TH English ENG
 
หน้าหลัก แผนผังเว็บไซต์ ถาม-ตอบ FAQs การช่วยเหลือ
 
ติดตามประเมินผล
 

Thailand Web Stat 

FONTSIZE
Print this page  |  Send this page  |  export to PDF
โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2549/50



1. ความเป็นมา
 
            คณะกรรมการนโยบายข้าว (กนข.) มีมติเมื่อ 26 ตุลาคม 2549 เห็นชอบมาตรการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2549/50 โดยให้ ธ.ก.ส. รับจำนำข้าวเปลือกจากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่มียุ้งฉางเป็นของตนเอง และ อ.ค.ส. รับฝากและออกใบประทวน โดย ธ.ก.ส. รับจำนำใบประทวนที่ อ.ค.ส. ออกให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉางเป็นของตนเอง เป้าหมายปริมาณรับจำนำข้าวเปลือกรวมทั้งสิ้น 9 ล้านตัน แยกเป็นข้าวหอมมะลิ 5 ล้านตัน ข้าวเจ้านาปี 3 ล้านตัน และข้าวเหนียว 1 ล้านตัน ราคารับจำนำข้าวหอมมะลิ 105 (ต้นข้าว 42 กรัม) 9,000 บาทต่อตัน ข้าวเจ้านาปี (5%) 6,400 บาทต่อตัน และข้าวเหนียวเมล็ดยาว 7,700 บาทต่อตัน
 
 
2. วัตถุประสงค์
 
            เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกส่วนเกินไม่ให้ออกสู่ตลาดมากในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของเกษตรกร
 
 
3. ผลการประเมินผล
  •  ผลการดำเนินงาน (ข้อมูล ณ 31 พฤษภาคม 2550)
    • มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการ 671 แห่ง เปิดรับจำนำ 433 แห่ง ใน 60 จังหวัด
    • ผลการรับจำนำ มีเกษตรกรนำข้าวมาจำนำ 159,426 ราย ปริมาณข้าวที่จำนำรวมทั้งสิ้น 1,809,315 ตัน ร้อยละ 20.10 ของเป้าหมาย 5 ล้านตัน จำแนกเป็น
      • ข้าวหอมมะลิ 652,860 ตัน ร้อยละ 13.06 ของเป้าหมายรับจำนำข้าวหอมมะลิ 3 ล้านตัน
      • ข้าวเจ้านาปี 1,143,110 ตัน ร้อยละ 38.10 (ข้าวเจ้า 1,047,094 ตัน ข้าวหอมจังหวัด 81,471 ตัน ข้าวปทุมธานี 14,545 ตัน)
      • ข้าวเหนียว 13,345 ตัน ร้อยละ 1.33
         
  • ผลกระทบต่อราคาข้าวเปลือก ณ ไร่นา ในช่วงดำเนินการรับจำนำราคาข้าวเปลือกทุกชนิด มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการทำงานของกลไกตลาดจากมาตรการรับจำนำ ประกอบกับใกล้เสร็จสิ้น ฤดูเก็บเกี่ยว ปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาดเริ่มลดลง กล่าวคือ
    • ข้าวหอมมะลิ 105 (ต้นข้าว 42 กรัม) ราคาเฉลี่ยเพิ่มจากตันละ 7,822 บาท ในเดือนธันวาคม 2549 เป็น 8,274 บาท ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550
    • ข้าวเจ้า (5%) และข้าวเหนียวเมล็ดยาวราคาเพิ่มจากตันละ 6,400 บาท และ 9,238 บาท เป็นตันละ 6,637 บาท และ 10,422 บาท ในช่วงดังกล่าวตามลำดับ
       
  • ผลการสำรวจความพึงพอใจต่อมาตรการรับจำนำ ของเกษตรกรจำนวน 500 คน ใน 19 จังหวัดของภาคเหนือ กลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ สรุปได้ดังนี้
    • ความพึงพอใจต่อราคารับจำนำ ผู้นำข้าวมาจำนำร้อยละ 62 พึงพอใจ เพราะในข้าวคุณภาพเดียวกันถ้าจำนำจะได้รับราคาสูงกว่าขายนอกโครงการประมาณ 200 - 300 บาทต่อตัน และร้อยละ 38 ไม่พึงพอใจที่ราคาเป้าหมายรับจำนำต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับข้าวของตนเองถูกหักน้ำหนักมาก เนื่องจากมีความชื้นสูง ทำให้ได้รับราคาจำนำจริงในระดับที่คิดว่าไม่เป็นธรรม
    • ความพึงพอใจต่อขั้นตอนการรับจำนำ
      • ผู้ที่จำนำใบประทวน ร้อยละ 67 พึงพอใจ โดยเห็นว่าขั้นตอนต่าง ๆ มีความเหมาะสม ร้อยละ 33 ไม่ค่อยพึงพอใจ ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งเห็นว่าได้รับเงินค่าจำนำช้า รองลงมา เห็นว่าการออกใบประทวนล่าช้า การตรวจวัดความชื้นและการตรวจสอบต้นข้าวไม่เป็นธรรม ทำให้ได้รับราคาจำนำต่ำกว่าราคาเป้าหมาย รวมทั้งการขึ้นทะเบียนมีความยุ่งยาก เป็นต้น
      • สำหรับผู้ที่จำนำในยุ้งฉาง ร้อยละ 94 มีความพึงพอใจในขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. การตรวจวัดความชื้น การคำนวณน้ำหนัก และการได้รับเงินค่าจำนำ เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้จำนำในจำนวนเดียวกันยังไม่ค่อยพึงพอใจ ในกรณีที่มีการนำข้าวที่จำนำในยุ้งฉางปี 2548/49 ออกจากยุ้งฉางล่าช้า ทำให้สามารถใช้ยุ้งฉางเพื่อการจำนำข้าวปี 2549/50 ได้ล่าช้า รวมทั้งมีเพื่อนบ้านหลายรายที่ไม่สามารถใช้ยุ้งฉางเพื่อการจำนำได้
      • ผู้ที่ไม่นำข้าวมาจำนำ มีเหตุผลหลายประการด้วยกัน ได้แก่ เห็นว่าการจำนำมีขั้นตอนมากและยุ่งยาก คิดเป็นร้อยละ 41 โครงการมาล่าช้าขายข้าวไปก่อนแล้ว ร้อยละ 37 ต้องการใช้เงินเร็วเพื่อเป็นค่าจ้างแรงงานและชำระหนี้สิน จึงขายข้าวทันทีหลังเก็บเกี่ยว ถ้าจำนำจะได้รับเงินช้า คิดเป็นร้อยละ 26 และไม่จำนำเพราะไม่พึงพอใจราคารับจำนำ ร้อยละ 25 เป็นต้น
         
4. ข้อเสนอแนะ
  • จำนวนโรงสีที่รับจำนำค่อนข้างน้อย และเริ่มรับจำนำล่าช้า ควรลดหลักเกณฑ์การรับโรงสีเข้าร่วมโครงการ และปีต่อไปควรเตรียมการเพื่อให้สามารถเปิดจุดรับจำนำทันช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และกระจายอย่างทั่วถึง
  • ควรสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรในขั้นตอนต่าง ๆ ของการรับจำนำหรือปรับปรุงขั้นตอนให้สะดวกขึ้น
  • ควรแนะนำให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงที่เหมาะสม และวิธีปรับลดความชื้นก่อนนำมาขาย เพื่อให้สามารถขายข้าวได้ราคาดีหรือไม่ให้ถูกหักน้ำหนักมาก
  • ปีต่อไปควรนำข้าวที่จำนำในยุ้งฉางออกจากยุ้งฉางให้เสร็จสิ้นก่อนฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ได้ทันตามช่วงเวลาของโครงการ
 
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. 10900 โทร. 0-2940-5550 - 1, 0-2940-5553 - 4, 0-2940-5556 - 9