เทคโนโลยีการผลิตมังคุดและการจัดการ 

แผนการทำงานในสวนมังคุด (ตามระยะการเจริญเติบโต)  

แผนการทำงานในสวนมังคุด  

1.  ขั้นตอนเตรียมต้นให้พร้อมสำหรับการออก

 

1. จัดการปุ๋ยเพื่อชักนำการแตกใบอ่อน (หลังเก็บเกี่ยว)

    1.1   หว่านปุ๋ยคอกใต้ทรงพุ่มในอัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้นเท่ากับ 4 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม

    1.2   ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้นเท่ากับ 1/3 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มโดยวิธีหว่านใต้ทรงพุ่มให้ทั่ว หรือใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    1.3   คลุมโคนด้วยเศษซากพืช

2. ตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมขนาดทรงพุ่ม (หลังเก็บเกี่ยว)

    2.1   ตัดแต่งกิ่งที่อยู่ด้านข้างของทรงพุ่มที่ประสานกันออกให้มีช่องว่างระหว่างชายพุ่มโดยรอบกับต้นข้างเคียงประมาณ 50-75 เซนติเมตร

    2.2   ตัดยอดในส่วนที่สูงเกินต้องการออก

    2.3   ตัดกิ่งประธาน หรือกิ่งรองออกด้านละ 1-5 กิ่ง  เพื่อทำเป็นช่องเปิดให้แสงส่องผ่านเข้าไปในทรงพุ่มในกรณีต้นมังคุดที่ให้ผลผลิต แล้วเมื่อแสงส่องผ่านเข้าไปในทรงพุ่มทำให้มีกิ่งแขนงเกิดจำนวนมาก ให้เลี้ยงกิ่งแขนงที่อยู่ในทรงพุ่มไว้

  3.  กำจัดวัชพืช (หลังเก็บเกี่ยว)

    3.1   วัชพืชฤดูเดียวเช่น หญ้าขจรจบ หญ้าตีนนกเป็นต้น

            - ตัดวัชพืชให้สั้นด้วยเครื่องตัดหญ้า หรือใช้สารกำจัดวัชพืช เช่น พาราควอท 27.6% เอสแอล อัตรา 75-150 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วในพื้นที่ 1/4 ไร่หลังวัชพืชงอก เมื่อวัชพืชกำลังเจริญเติบโต และมีใบมาก และควรพ่นก่อนวัชพืชออกดอก ขณะพ่น ควรมีแดดจัด ลมสงบ ระวังละอองสารสัมผัสใบและต้นมังคุด

    3.2   วัชพืชข้ามปี เช่น หญ้าคา   หญ้าชันกาด แห้วหมู เป็นต้น

            - ตัดวัชพืชให้สั้นด้วยเครื่องตัดหญ้าหรือใช้สารกำจัดวัชพืช เช่น ไกลโฟเสท 48% เอสแอล อัตรา 150-200 มิลลิลิตร หรือ กลูโฟชิเนตแอมโมเนีย 15% เอสแอลอัตรา 250-500มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วในพื้นที่ 1/4 ไร่ วิธีการพ่นและข้อควรระวัง เช่นเดียวกับการใช้ในวัชพืชฤดูเดียว

4.  จัดการเพื่อชักนำให้แตกใบอ่อน

     1.1   ชักนำให้แตกใบอ่อนโดยการพ่นปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) อัตรา 100-200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วทั้งต้น จำเป็นต้องมีการ จัดการกระตุ้นการแตกใบอ่อนอย่างน้อยปีละ 1 ชุด เพื่อให้ต้นมังคุด มีความสมบูรณ์และมีอายุตายอดมากกว่า 9 สัปดาห์ก่อนออกดอก จะสามารถออกดอกได้ดี

5.  ป้องกันกำจัดแมลงและไรศัตรูทำลายใบอ่อน (8-10 สัปดาห์หลังเก็บเกี่ยว)

     1.1 พ่นด้วยสารเคมีเมื่อความเสียหายเกินระดับเศรษฐกิจ ดังนี้

           - เพลี้ยไฟพ่นอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล  อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือฟิโปรนิล 5 % เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20  ลิตร หรือ ไซเพอร์เมทริน /โฟซาโลน  6.25%/22.5% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ  20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา  50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

          - หนอนกินใบอ่อน พ่นคาร์บาริล 8 5 % ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

          - หนอนชอนใบ พ่นสารเคมี 2 ครั้ง ห่างกัน 10 วัน โดยใช้ คาร์บาริล 85% ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

          - ไรแดง พ่นด้วยโพรพาร์ไกด์ 30% ดับบลิวพี อัตรา 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เฮกซีไทอะออกซ์ 2% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

 

 

6.  ป้องกันกำจัดโรคทำลายใบอ่อน (8-10 สัปดาห์หลังเก็บเกี่ยว)

    2.1   พ่นด้วยสารเคมี ดังนี้

            - โรคใบจุด พ่นคาร์เบนดาซิม 50% ดับบลิวพี อัตรา 10 - 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

           - โรคจุดสนิม พ่นด้วยคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์  80% ดับบลิวพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

7. จัดการปุ๋ยเพื่อส่งเสริมความสมบูรณ์ของต้น (11-12 สัปดาห์หลังเก็บเกี่ยว)

     3.1   พ่นด้วยปุ๋ยเคมีทางใบสูตร 15-30-15 หรือ 20-20-20 ที่มีธาตุรอง และธาตุปริมาณน้อย อัตรา 60 กรัม ร่วมกับกรดฮิวมิค อัตรา 20 มิลลิลิตร  ผสมน้ำ 20 ลิตร ให้ทั่วทรงพุ่ม

8. จัดการปุ๋ยเพื่อเตรียมความพร้อมต้นสำหรับการออกดอก (14-16 สัปดาห์หลังเก็บเกี่ยว)

     1.1  หว่านปุ๋ยเคมีสูตร 8-2 4 -2 4 หรือ 9 -2 4 -24 หรือ 13-13-21 ให้ทั่วใต้ทรงพุ่ม อัตราเป็นกิโลกรัมต่อต้นเท่ากับ 1/3 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม

2. ขั้นตอนจัดการเพื่อชักนำการออกดอก และควบคุมปริมาณดอกต่อต้นให้เหมาะสม

 

1.  ชักนำการออกดอก (20-22 สัปดาห์หลังเก็บเกี่ยว)

      1.1   จัดการน้ำโดยปล่อยให้ต้นมังคุดผ่านช่วงแล้ว จนก้าน ระหว่างข้อสุดท้ายของยอดแสดงอาการเหี่ยวอย่างชัดเจน และใบคู่ สุดท้ายของยอดเริ่มมีอาการใบตก แล้วจึงให้น้ำครั้งแรกในปริมาณ 35- 40 มิลลิเมตร (1 มิลลิเมตร เท่ากับปริมาณน้ำ 1 ลิตร ต่อพื้นที่ ทรงพุ่ม 1 ตารางเมตร) และครั้งต่อมาทุก 7-10 วัน ในปริมาณ 17.5-20.0 มิลลิเมตร จนกว่าต้นมังคุดจะออกดอกมากกว่าหรือเท่ากับ 15% ของจำนวนยอดทั้งหมด

   
ลักษณะก้านระหว่างข้อของกิ่งมังคุดที่แสดงอาการเหี่ยว                                                                         ระบบการให้น้ำแบบหัวเหวี่ยง

2.  จัดการน้ำเพื่อควบคุมปริมาณดอก

      2.1   ให้น้ำในอัตรา 80% ของอัตราการระเหยน้ำจากถาด ระเหยชนิด A ทุก 3 วัน เพื่อควบคุมให้มีปริมาณดอกต่อต้นเท่ากับ 35-50% ของยอดทั้งหมด

3. ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูทำลายดอก

    3.1 พ่นด้วยสารเคมีเมื่อความเสียหายเกินระดับเศรษฐกิจ (จำนวนเพลี้ยไฟมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ตัวต่อ 4 ดอก   ดังนี้

         - เพลี้ยไฟ พ่นด้วย อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโปรนิล 5 % เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไซเพอร์เมทริน /โฟซาโลน 6.25%/22.5% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์ โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

3. ขั้นตอนจัดการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของผลและเพิ่มปริมาณผลผลิตคุณภาพ

1. ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูทำลายผลมังคุด

     1.1   พ่นด้วยสารเคมีเมื่อความเสียหายเกินระดับ เศรษฐกิจ (จำนวนเพลี้ยไฟมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ตัวต่อ 4 ผล) ดังนี้

              - เพลี้ยไฟ พ่น อิมิดาโคลพริด 1 0 % เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโปรนิล 5 % เอสซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20  ลิตร หรือ ไซเพอร์เมทริน /โฟซาโลน 6.25%/22.5 % อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรหรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20ลิตร 1.2 ไรขาว พ่นอามีทราช 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร

  2. ควบคุมปริมาณผลต่อต้นให้เหมาะสม (สัปดาห์ที่ 6   หลังออกดอก)

     2.1   ประเมินจำนวนผลต่อต้น ถ้ามีจำนวนผลมากกว่า 50% ของยอดทั้งหมด ให้ใส่ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 3-5  กิโลกรัมต่อต้น หว่านใต้ทรงพุ่มบริเวณที่น้ำชลประทานซึมไปถึง เพื่อทำให้ผลร่วง เหลือประมาณ 35-50% ของยอดทั้งหมด

วิธีการปลิดผลอ่อนสามารถทำได้โดยการใส่ปุ๋ยเคมีในอัตรา 3 เท่าของการใส่ปกติ หรือการพ่นด้วยสาร NAA ที่ระดับความเข้มข้น 10 ppm สารละลายคาร์บาริลเข้มข้น 3000 ppm หรือสารละลายเอทธิฟอนเข้มข้น 200-300 ppm ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณผลมั่งคุดคุณภาพที่มีน้ำหนักผลมากกว่า 80 กรัม และไม่ส่งผลต่อคุรภาพอื่นๆภายในผล แต่ในกรณีที่ต้นมังคุดมีการออกดอกแบบช่อไม่สามารถเพิ่มปริมาณผลมังคุดคุณภาพได้ เพราะผลที่ร่วงในกรณีดอกช่อเป็นดอกกลางที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นควรทำการป้องกันเพื่อไม่ให้ต้นมังคุดมีดอกช่อ โดยการเพิ่มความสมบูรณ์ต้น และชักนำต้นให้มีการแตกใบอ่อนด้วยไทโอยูเรีย หรือปุ๋ยยูเรียหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต

 

 

3. จัดการปุ๋ย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของผล (สัปดาห์ที่ 10-13 หลังออกดอก)

     3.1   ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 หรือสูตร 12-12-17-2 อัตรา เป็นกิโลกรัมต่อต้น เท่ากับ 1/3 ของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม โดยการหว่านใต้ทรงพุ่มบริเวณที่น้ำชลประทานซึมไปถึง

 

4. จัดการน้ำเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการของผล (สัปดาห์ที่ 9-16 หลังออกดอก)

     4.1   เพิ่มปริมาณการให้น้ำจากอัตรา 8 0 % เป็น 90% ของอัตราการระเหยน้ำจากถาดระเหยน้ำชนิด A

4. จัดการปุ๋ยเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตคุณภาพ (สัปดาห์ที่ 10-13 หลังออกดอก)

    5.1 พ่นปุ๋ยทางใบที่มีสารเร่งการเจริญเติบโตของพืช อัตรา 30-40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร จำนวน 3 ครั้ง ทุก 7 วัน

5. ขั้นตอนจัดการเพื่อป้องกันผลผลิตเสียหาย

1. ป้องกันผลผลิตเสียหาย เนื่องจากการเก็บเกี่ยว (สัปดาห์ที่ 17-23   หลังออกดอก)

     1.1  เก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องมือที่ป้องกันไม่ให้ผลมังคุดร่วง หล่น หรือกระแทกรุนแรง ระวังอย่าให้ขั้วหัก

หรือกลีบเลี้ยงช้ำ เลือกเก็บเฉพาะผลที่สุกแก่ในระยะสายเลือด (ระดับสีที่ 4)

  2. ป้องกันผลผลิตเสียหาย ในระหว่างการปฏิบัติหลังการเก็บ เกี่ยวในสวนไม่เหมาะสม (สัปดาห์ที่ 17-23 หลังออกดอก)

     2.1  หลังการเก็บเกี่ยวผลมังคุดแล้ว เก็บไว้ในที่ร่ม ทำความ สะอาดผล ขูดยางที่เปลือกออก และคัดแยกคุณภาพก่อนจำหน่าย